Archive for สิงหาคม 2nd, 2007

I Started A Blog Which Nobody Read

สิงหาคม 2, 2007

วันนั้นเห็น “ชื่อ msn” ของพี่แป๊ด grappa เขียนว่า
“I started a blog, but when I read yours
It made me forget what I had started mine for”
เลยเข้าไปทักว่า “โหยพี่ ชื่อเท่มาก”
พี่แป๊ดเลยบอกว่า “จริงๆ แล้วมันมาจากเนื้อเพลงน่ะ”

วันนี้เลยตามเข้าไปอ่านและเข้าไปฟังในบล็อกของพี่ท่าน
เกิดถูกใจอยากเอามาแบ่งให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ร่วมสวนได้ฟังกันด้วยครับ

I Started A Blog Which Nobody Read by Sprites

I started a blog, which nobody read
When I went to work I blogged there instead
I started a blog, which nobody viewed
It might be in cache, the topics include:

George Bush is an evil moron
What’s the story with revolving doors?
I’m in love with a girl who doesn’t know I exist
Nobody hates preppies anymore

I started a blog, but nobody came
No issues were raised, no comments were made
I started a blog, which nobody read
I’ll admit that it wasn’t that great
But if you must know, here’s what it said:

One hundred of my favorite albums
Two hundred people I can’t take
Four hundred movies I would like to recommend
Ten celebrities, four of whom I might assassinate

I started a blog, I sent you the link
I wanted the world (you) to know what I think

I started a blog, but when I read yours
It made me forget what I had started mine for

เริ่มเขียนบล็อกจากไม่มีคนอ่านเหมือนกันครับ
แต่เขียนแล้วสนุก มีเพื่อนๆ พี่ๆ มาคุยด้วย
กระทั่งติดไปถึงที่ทำงาน ว่างๆ ก็ยังมานั่งเขียน
ทุกวันนี้บล็อกก็คล้ายๆ บ้าน (สำหรับบล็อกนี้ก็คล้ายสวน)
ได้แบ่งเรื่องราวและความคิดสู่กันฟัง แถมยังได้แอบเข้าไปอ่านบล็อกคนอื่น
ได้รู้จักและรับรู้ความคิดของเขาทั้งที่บางคนก็ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา

I started a blog, I sent you the link
I wanted the world (you) to know what I think

ก็มีบ้างที่อยากให้โลกรู้ความคิดของเรา
แต่สิ่งที่ได้จากบล็อกกลับกลายเป็นได้รู้ความคิดของโลก (ของคนอื่น)

I started a blog, but when I read yours
It made me forget what I had started mine for

แหม ยังไม่เคยเจอบล็อกที่ทำปฏิกิริยาที่ว่านี้เลย
ว่าแต่ว่า เราเขียนบล็อกขึ้นมาทำไมกันหนอ?

จันทร์สองดวง

สิงหาคม 2, 2007

เมื่อวานมีคนถามผมว่า รู้เรื่องดวงจันทร์สองดวงหรือยัง?
ผมไม่รู้เรื่องเลย กระทั่งมานั่งไล่เปิดเมลอ่านในวันนี้
จึงได้เจอ Forward Mail ของน้องชมพูนุช
พอรู้แล้วก็ตื่นเต้น นึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา
ทุกครั้งที่มีปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เราจะไปดูด้วยกันเสมอ
เธอชอบเป็นที่สุด

เราเคยนั่งดูฝนดาวตกด้วยกันจนกระทั่งมั่นใจว่า
ดวงที่ตกลงมานั้นเป็นดวงสุดท้าย

อยากกลับไปดูดวงจันทร์สองดวงกับเธอ
เธอที่ว่าคือคุณแม่ของผมเองครับ

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2550 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย….
เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบชัดเจนที่สุด
ตลอดเดือนสิงหาคม ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวง
ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุด
เพราะวันนั้นดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลกแค่ 34.65 ล้านไมล์

คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง
เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบนท้องนภา (โรแมนติคมั่กมั่ก)
ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287
(หรือพุทธศักราช 2830)

Cna yuo raed tihs?

สิงหาคม 2, 2007

This is weird, but interesting!

fi yuo cna raed tihs, yuo hvae a sgtrane mnid too
Cna yuo raed tihs? Olny 55 plepoe out of 100 can.
i cdnuolt blveiee taht I cluod aulaclty uesdnatnrd waht I was rdanieg. The phaonmneal pweor of the hmuan mnid, aoccdrnig to a rscheearch at Cmabrigde Uinervtisy, it dseno’t mtaetr in waht oerdr the ltteres in a wrod are, the olny iproamtnt tihng is taht the frsit and lsat ltteer be in the rghit pclae. The rset can be a taotl mses and you can sitll raed it whotuit a pboerlm. Tihs is bcuseae the huamn mnid deos not raed ervey lteter by istlef, but the wrod as a wlohe. Azanmig huh? yaeh and I awlyas tghuhot slpeling was ipmorantt!

(จาก Forward Mail ของต๋ำ)

Fastest Communication

สิงหาคม 2, 2007

What are the three fastest ways of communication?
Three fastest ways of communication in the world:

a. Tele-phone

b. Tele-vision

c. Tell-a-woman

You still want faster?

d. (Tell her not to tell anyone)

(จาก Forward Mail ของพี่พงศ์)

9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์

สิงหาคม 2, 2007

9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์
โดย วนิษา เรซ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด

1.จิบน้ำบ่อยๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 %
เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง
ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว
ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก
แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2.กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน
ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ
แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา
สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน
นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี
ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3.นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที
เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ
ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพ
และมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

4.ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด
ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่าง
สิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5.หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข
หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและ
หวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6.เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่
คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น
เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน
ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ
เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7.ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง
ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8.เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก
เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี
ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น
เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก
พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี
ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9.ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย
การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น
ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่
สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %

การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้
แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน
ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

(จาก Forward Mail ของพี่พงศ์)