“สวนสมอง” มีสองความหมาย
ความหมายที่หนึ่ง นึกถึงเวลาที่เด็กอึไม่ออกแล้วต้อง “สวนทวาร”
พอ “สวน” ปุ๊บ อะไรที่ติดๆ ขัดๆ ก็ไหลโจ๊กๆ ยังกับเขื่อนแตก
เหมือนกันกับสมอง เวลาคิดอะไรไม่ออก ก็ต้อง “สวน” กันซะหน่อย
จะได้ปล่อยความคิดดีๆ ให้ไหลโจ๊กๆ ออกมาราวกับก้นเด็กที่เพิ่งถูกเบิกรูทวาร!
ความหมายที่สอง นึกถึงสวนสาธารณะที่มีสมองมานั่งคุยกัน
ยิ่งเยอะก็ยิ่งน่าจะสนุก แต่ละสมองเอาความคิดมาแลกเปลี่ยนกัน
มีของดี ไปดูหนังมา ฟังเพลงใหม่ๆ อ่านหนังสือสนุกๆ ไปเจอเว็บไซต์เจ๋งๆ
ไปเห็นของแปลกๆ ไอเดียใหม่ๆ ก็เอามากองไว้ที่สวนแห่งนี้
ใครผ่านมาผ่านไปก็หยิบไปขยายพันธุ์กันต่อ งอกเงยเป็นไอเดียใหม่ๆ ได้ไม่รู้จบ
เพราะเชื่อว่า สมองจะแข็งแรงก็ต่อเมื่อกระทบกระเทือน
กระทบกระเทือนจากสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาจุดประกายความคิดใหม่ๆ ให้บังเกิด
ยิ่งเห็นมาก ก็ยิ่งกระทบมาก ยิ่งกระทบมาก ก็ยิ่งคิดมาก
ยิ่งคิดมาก กล้ามสมองก็ยิ่งแข็งแรงอย่างกับท่อนแขนอาร์โนลด์
อยากให้ “สวนสมอง” แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะของความคิดสร้างสรรค์
เล่นกันบ้าง คุยกันบ้าง แลกเปลี่ยนกันบ้าง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ รอบตัว
พี่แนะนำน้อง น้องแนะนำพี่ เพื่อนแนะนำเพื่อน คนละไม้คนละหมอง
เพราะเชื่อว่า “สมอง” ของแต่ละคนคือดินแดนที่น่าสนใจและกว้างใหญ่เหลือเกิน
การได้แบ่งปันพื้นที่บางส่วนของสมองให้แก่กัน ก็น่าจะเชื่อมต่อและขยายพื้นที่
ของอีกคนหนึ่งให้กว้างขวางออกไป
คนหนึ่งรู้จักไอ้นี่ อีกคนรู้จักไอ้นั่น เอามาแบ่งกันก็รู้จักโน่นนี่เต็มไปหมด
มีอะไรสนุกๆ ก็เอามาแบ่งปันกันในนี้นะครับ
คิดว่ามันน่าจะงอกเงยไปเป็นอะไรดีๆ ได้อีกมาก
ก็คล้ายกับสวนสาธารณะน่ะแหละครับ
วันไหนเมื่อยๆ ล้าๆ ก็มานั่งพักผ่อนหย่อนสมองเฉยๆ
วันไหนอารมณ์ดี มีแรง ก็มาบริหารกล้ามสมองให้เหงื่อออกเล่นๆ
ว่างๆ ก็แวะมานะครับ
“สวนสมอง” แห่งนี้ เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ!