แฟชั่นป่วยๆ

สิงหาคม 6, 2007

null

ที่ญี่ปุ่นมีแฟชั่นใหม่ครับ เป็นแฟชั่นแนวเจ็บตัว
เริ่มต้นจากที่คนญี่ปุ่นมักจะใส่หน้ากากปิดปากเวลาป่วย
ก็เลยมีคนปิ๊งไอเดียขึ้นมา เอาไปทำเป็นแฟชั่น
หลังจากนั้นก็เริ่มลามไปเป็นเฝือกแขน เฝือกขา
ไล่ไปจนถึงที่ปิดตาเหมือนตาเจ็บยังไงยังงั้น

null

null

หากอยากเห็นความเพี้ยน ลองคลิก ลิงก์นี้ ดู
อาจจะเกิดคำถามในหัวเหมือนผมว่า “ป่วย” จริงหรือ “ป่วย” เล่นกันแน่?
ยังปกติกันดีรึเปล่าหว่า?

(จาก http://www.boingboing.net/2007/08/01/index.html)


emoticons ไหนฮิตสุด?

สิงหาคม 6, 2007

นี่คือสามสิบ emoticons ยอดฮิตของญี่ปุ่นครับ

Rank Emoticon Score Emotion
1 (^_^) or (^_^)v, etc 100 Laughing
2 (>_<)> 66.4 Troubled
3 (^_^;) 54.4 Troubled
4 (ToT) 53.3 Crying
5 m(_ _)m 52.9 Apologising
6 (^^ゞ or (^^;) 38.3 Shy
7 ( ̄ー ̄) 20.6 Grinning
8 (≧∇≦)/ 18.9 Joyful
9 ( ̄□ ̄;) 18.9 Surprised
10 (#^.^#) 18.8 Shy
11 (*´▽`*) 16.1 Infatuation
12 (ーー;) 15.4 Worried
13 (*^▽^*) 15.0 Joyful
14 _| ̄|○, orz, OTL, etc 13.7 Depressed
15 (^▽^) 11.1 Laughing
16 キタ━━━(゜∀゜)━━━!!!!!, (゜∀゜), etc 11.1 I think it is “I’m here!!!”, but I just don’t really know!
17 (´・ω・`) 10.3 Snubbed
18 ( ゚ Д゚) 8.8 Shocked
19 (・∀・) 7.7 Laughing
20 (T▽T) 7.1 Crying
21 (* ̄m ̄) 6.8 Dissatisfied
22 ( ´∀`) 6.0 Laughing
23 (⌒▽⌒) 5.3 Laughing
24 (^v^) 4.9 Laughing
25 ヽ(´ー`)┌ 4.7 Mellow
26 (’-’*) 4.1 Laughing
27 (’A`) 3.8 Snubbed
28 (゜◇゜) 2.1 Surprised
29 (*°∀°)=3 2.1 Infatuation
30 ∩( ・ω・)∩, ( ・ω・), etc 1.3 Joyful

คุณล่ะใช้อารมณ์ไหนบ่อยสุด?

(จาก http://whatjapanthinks.com/2006/08/14/japans-top-thirty-emoticons/)


หุ่นไม้ เงิน กับความรัก

สิงหาคม 6, 2007

ได้ข่าวจากเพื่อนๆ มาหลายปากว่านิทรรศการหุ่นไม้น่ารักมาก แถมนิทรรศการข้างๆ ก็น่าสนใจ ได้ข่าวว่าชื่อ Love & Money (ชอบโลโก้จังครับ) มีคนไปดูหุ่นไม้มาแล้วถ่ายรูปมาฝาก ยั่วน้ำลายให้ไหลหนักเข้าไปอีก

ชอบนิทรรศการที่ทีซีดีซีมากๆ ครับ จำได้ว่าตอนที่เห็นนิทรรศการแรก (อีสานฯ) ถึงกับอึ้งกิมกี่เดินวนอยู่ในนั้นอยู่นาน ยิ่งเดินยิ่งประทับใจ ไปตั้งสามครั้ง หลังจากนั้นก็พยายามไม่พลาด อยากไปดูให้ได้ทุกนิทรรศการ เพราะผมว่าที่ทีซีดีซีจัดนิทรรศการได้ร่วมสมัย และก็ดูสนุก ภาษาที่เขียนก็ไม่เหมือนครูดุๆ มาบ่นให้ฟัง แต่เหมือนเพื่อนมาเล่าให้ฟังมากกว่า ส่วนเรื่องความละเอียดในการคิด การจัดสรรพื้นที่ การออกแบบ องค์ประกอบต่างๆ และการเล่าเรื่องนั้นหายห่วง หยิบเรื่องอะไรมาเล่าก็ดูจะน่าฟังไปหมด เนื้อหาสาระกำลังดี ไม่ลึกจนเดินออกมาแล้วกินข้าวมันไก่ไม่ลง แต่ก็ให้รายละเอียดมากพอที่จะยั่วให้ไปค้นคว้าหรือคิดนู่นคิดนี่ต่อกันเอง บางทีนิทรรศการดีๆ ก็เหมือนหนังสือบางเล่ม ไม่ต้องบอกซะหมดเปลือก แต่จุดประกายให้ไปสืบเสาะต่อ เห็นช่องทางความสนุก และบางทีก็มากกว่านั้น คือ นำเอาของไกลตัวที่เราไม่เคยสนใจมาเล่าให้น่าสนใจได้ (อย่างกระโจมและบ้านเรือนของชาวอาหรับ) อีกอย่างที่ชอบคือ คนจัดนิทรรศการที่นี่ขี้เชื่อมโยง อย่างตอนอีสานก็เอาอีสานมาวางข้างชีวิตเมือง เอาปลัดขิกไปวางข้างแมวกวักญี่ปุ่น เอาบั่งไฟไปวางข้างจรวด ชวนให้เห็นความคล้ายกันในพื้นที่ต่างๆ ของโลกใบนี้ โลกใบเดียวกัน

อีกอย่างที่ชอบทีซีดีซี เพราะมันอยู่ตรงข้ามออฟฟิศเก่า แค่ข้ามสะพานลอยไปก็ถึงแล้ว ชอบเพราะมันอยู่ในห้างฯ ชอบเพราะมันอยู่ข้างโรงหนัง เป็นความบันเทิงแบบหนึ่ง ใครบอกล่ะว่าความบันเทิงต้องไร้สาระ และสาระต้องไร้ความบันเทิงเสมอไป ไม่มี๊ ไม่มีใครบอก!

สำหรับคนที่พลาดนิทรรศการเก่าๆ ไป เว็บไซต์ทีซีดีซียังมีอะไรดีๆ ให้ดูให้อ่านอยู่เสมอ เข้าไปรื้อค้นกันได้เวลาเบื่อโลก

อยากให้มีทีซีดีซีเยอะๆ อยากให้บ้านเมืองเราสนุกๆ กับความคิดดีๆ และแรงบันดาลใจใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องเดินเหม่องงๆ มึนๆ ไม่รู้จะไปไหนดีในวันเสาร์-อาทิตย์ เอ…หรือมันมีอะไรดีๆ แต่ผมไม่เคยรู้เอง ไปดูอะไรมาก็มาบอกกันบ้างนะครับ (ถึงจะยังตามไปดูไม่ได้ก็เถอะ แต่เผื่อเพื่อนร่วมสวนคนอื่นจะได้ดูบ้าง) ทางนี้ หากผมไปดูอะไรดีๆ สนุกๆ มาก็จะเอามาอวดข่มให้อิจฉาเล่นบ้าง (ฮ่าฮ่า)

อย่าพลาดหุ่นไม้ กับ เงินและความรักนะครับ จองตั๋วหนังรอบเย็น เดินเล่นในนั้นก่อน แล้วออกมาดูหนัง แล้วค่อยเดินลงไปกินข้าวมันไก่ซอยข้างๆ แหม…พูดแล้วก็คิดถึง

(ชอบโลโก้นี้ครับ)

null

(ขอบคุณไอฝนกับคุณโอ๋สำหรับรูปและเรื่องที่ส่งมายั่วให้อยากครับ)


เลือกตั้งออกแบบได้

สิงหาคม 5, 2007

ใกล้จะได้เวลาไปลงเสียงรับ-ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันแล้ว
และถ้าท่านๆ ทั้งหลายไม่โม้กัน และไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นอีก
ก็คงใกล้จะได้เวลามีส่วนร่วม (สี่ปีหน) กับประชาธิปไตยในประเทศเรา
กันอีกทีในปลายปีนี้

ไปเจอเว็บไซต์ของ Design for Democracy น่าสนใจดีครับ
Design for Democracy เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ
ให้คำปรึกษา พัฒนา ปรับปรุง สื่อสาธารณะ (น่าจะโดยเฉพาะของรัฐ)
ให้ชัดเจนขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น กระทั่งดูดี น่าเชื่อถือขึ้น
และนั่นเป็นสิ่งที่กราฟิกดีไซเนอร์ทำได้และถนัดกว่าเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน

เป็นเรื่องแปลกแต่จริง ที่สื่อต่างๆ ของรัฐ และราชการมักจะมีหน้าตาเชยๆ
เชยอยู่อย่างนั้นจนเป็นเอกลักษณ์ไปอีกแบบ เรื่องเอกลักษณ์บางทีก็น่ารักดี
แต่เรื่องการใช้งานที่ดี ไม่ผิดพลาด มีระบบ อ่านง่าย น่าอ่าน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ยิ่งคิดว่าเอาเงินภาษีเราไปใช้ในการผลิตสื่อพวกนั้นก็ยิ่งคิดว่า น่าจะทำให้มันดีๆ หน่อย
ทำทั้งทีก็ให้คนเขาอยากอ่าน อยากรู้ สารที่ต้องการจะสื่อสักหน่อยน่าจะดีกว่า

Design for Democracy สนใจ “บัตรเลือกตั้ง” และคิดว่าฉบับที่ใช้อยู่นั้น
มีปัญหาค่อนข้างมาก ลายตา ตัวหนังสือหลายแบบ หลายขนาดเกินไป
มีการมานั่งวิเคราะห์กันในรายละเอียดเลยทีเดียวว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนบ้าง
และบางทีปัญหาใหญ่ๆ มันก็ต้องแก้กันที่จุดละเอียดๆ แบบนี้แหละ

บัตรเลือกตั้งที่ได้รับการแก้ไข ออกแบบใหม่ ดูน่าใช้น่าลงคะแนนมากขึ้นเยอะเลย
แถมพวกเขาก็ยังไม่ได้คิดแค่บัตรเลือกตั้ง แต่คิดไปถึง Behind the scenes
คู่มือการลงคะแนน ซองใส่บัตรก่อนและหลังลงคะแนน (ดีไซน์ให้แตกต่างกัน)
กราฟิกบริเวณพื้นที่เลือกตั้งก็แยกแยะสีไปเลยว่า หากเป็นคำแนะนำ (หรือคำเตือน)
ให้ใช้สีแดง ส่วนข้อมูลต่างๆ สำหรับผู้ลงคะแนนให้ใช้สีน้ำเงิน ซึ่งก็ชัดเจนดี
แถมยังคิดละเอียดไปถึงการจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ระหว่างเลือกตั้ง
ลองคลิกเข้าไปดูได้ครับ คิดละเอียดดีเชียว

จะว่าไปนี่ก็เป็นการมีส่วนร่วมในอีกรูปแบบหนึ่ง ตามหน้าที่ที่พอจะช่วยได้
และทำให้การเลือกตั้งสะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น อย่างน้อยเราก็จะได้
ไม่กากบาทผิดช่อง เลือกคนผิดเข้าไปบริหารประเทศ ว่าแต่ว่า
ปัญหามันอาจจะอยู่ตรงที่ว่า ไม่ว่าจะกาช่องไหนก็ดูท่าจะเลวร้ายพอๆ กัน
น่าจะมีการออกแบบที่บอกได้ว่า “ช่องนี้ไม่โกง” แต่ถึงมีผมว่าเครื่องก็คงรวน
เพราะนักการเมืองไม่โกงไม่กินจะมีอยู่จริงรื้อ?

(ก่อน)
null

(วิเคราะห์ปัญหา)
null

(หลัง)
null

(รอบคูหาเลือกตั้ง)
null


ของแท้!

สิงหาคม 5, 2007

อันนี้…โคตรชอบเลยครับ


ทรานสฟอร์มมั่ว!

สิงหาคม 5, 2007

ได้รับเมลจาก “Z-i-n-e **__**”
ส่ง “ทรานสฟอร์มเมอร์ส” มาให้ แต่ดูๆ ไปน่าจะเป็น “ทรานสฟอร์มมั่ว” มากกว่า
แต่ผมชอบ ดูแล้วฮาดี จินตนาการคนเรานี่ตลกนะครับ คิดไปได้เรื่อย
และอะไรที่ดังๆ นี่ก็ต้องโดนล้อทุกที ผมว่าคนที่นั่งทำนี่ว่างมาก
ว่างพอที่จะสละเวลามาคิดเรื่องฮาๆ ได้ ชอบครับชอบ

ตัวแรกๆ ก็เริ่มจากตุ๊กตาน่ารักๆ
null

ตัวนี้ก็ยังพอเป็นไปได้
null

ตัวนี้เริ่มตุ่ยๆ
null

มาถึงตัวนี้ ไอ้แอปเปิ้ลบนกบาลมันมาจากไหนวะ?
null

อันนี้ครีเอทมาก
null

อันนี้โคตรชอบ
null

อันนี้…เอ่อ…มึงบ้าไปแล้ว
null


ผลัดกันส่องไฟ

สิงหาคม 4, 2007

ตามคำท้าที่ว่า “ใครมีโคมไฟเจ๋งๆ ส่งมาอวดกันบ้าง”
“อู” รับคำท้าด้วยการส่งโคมไฟสองโคมมาอวด
ของบางชิ้น “สวยขึ้น” ด้วยเรื่องราว
เรามาดูโคมไฟสองดวงนั้นกันก่อน…

null

null

แล้วค่อยมาอ่านเรื่องราวหลังโคมไฟทั้งสอง
นี่คือข้อความสั้นๆ ในจดหมายของอู

ส่งรูปโคมไฟมาอวดหล่ะ อิอิ

รูป1 เค้าทำให้ค่ะ :)
รูป2 ทำให้เค้าค่ะ :P

เมื่อวานเลยแวะไปขอเค้าถ่ายรูป น่าดีใจที่เค้าเก็บของเราไว้อย่างดี
จริงๆแล้วไอ้โคมไฟ (ขวดไฟ โหลไฟ) ตอนที่อูทำให้เค้าเนี่ย
ตั้งใจให้เค้าหาของมาใส่ไว้จะได้น่ารัก เมื่อวานไปเห็นก็ได้แต่ยิ้ม
เพราะไอ้ของที่อยู่ในขวดน่ะ มันคือเส้นพลาสติกที่เป็นตัวล็อกขวดน้ำ
แล้วก็ดัดเป็นรูปหัวใจ หุหุ (เค้าคงสะสมมันมาตั้งแต่เรียนปี 2)

“สิ่งที่เคยดี มันย้อนกลับมาเล่นงานเราโดยไม่รู้ตัวเลยนิ”
เพราะ”วันนี้”มันไม่ดีเหมือน”วันก่อน”แล้วนี่นา

ไม่ต้องเอาขึ้นโชว์ก็ได้นะคะ เพราะมันก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร
แค่ภูมิใจ แล้วก็ขี้อวดนิดหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคยคิดเหมือนกันว่า เก่งเหมือนกันนะเรา ต่อไฟเองก็ได้!

น่ารักดีไหม ผลัดกันส่องไฟให้กัน
อะไรคือสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต่อไฟเป็น?
หากโคมไฟสองโคมนี้มีคอนเซ็ปต์ คอนเซ็ปต์ที่ว่าจะมีชื่อว่าอะไร?
ลองขึ้นไปดูรูปโคมไฟทั้งสองดวงอีกทีสิครับ
แล้วอาจรู้สึกได้ว่า เรารู้สึกต่างไปจากตอนที่ยังไม่รู้เรื่องราวของมันทั้งสอง

(ขอบคุณ “อู” ที่ส่งโคมไฟมาส่องสวนครับ)


13 Photographs That Changed the World.

สิงหาคม 3, 2007

คลิกเลยครับ!

(จากคำแนะนำของอู)


ตือดึนตึนตื่อดึนตึ๊น!

สิงหาคม 3, 2007

null

แหม อันนี้โดนจริงๆ
คิดว่าหลายคนในเกิดในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน
และทันได้เล่นมาริโอจากนินเทนโดรุ่นแรกๆ
คงจะอยากได้นาฬิกาปลุกเรือนนี้เป็นแน่

อย่างที่เห็นในภาพ เอาจอยสติ๊กที่พวกเราคุ้นเคย
มาดัดแปลงเป็นนาฬิกาปลุกหน้าตากวนๆ
แถมยังปลุกด้วยเสียงเพลงมาริโอดั้งเดิม

ก็แค่ไม่แน่ใจว่า เมื่อได้ยินแล้วจะอยากตื่นหรืออยากหลับต่อ
อยากหลับฝันถึงสมัยเป็นเด็ก ที่วันๆ เอาแต่เล่นมาริโอ
เคาะเห็ด ยิงลูกไฟ ฆ่ามังกรตาย เพื่อไปช่วยเจ้าหญิง

(nes-clock ราคา 24.99 ดอลล่าร์)
(จาก www.blogofwishes.com)


USB drive เป็นอะไรได้อีก?

สิงหาคม 3, 2007

null

ความคิดสร้างสรรค์ทำให้ของธรรมดาๆ ดูน่าสนใจ
ทำให้เรื่องน่าเบื่อกลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นได้จริงๆ นิ

null
ไอเดีย “ปลาหมึก” ยังขยายไปเป็นอะไรได้อีกหลายอย่างเลย
เกี่ยวกับการ “หั่น” หรือการ “หัก” หรือการ “ฉีก”

null
ส่วนเจ้าหมาน้อยนี่ยังแตกไปได้อีกมาก เมื่อคิดว่า
จริงๆ แล้วเวลาใช้ไอ้เจ้านี่ เราต้อง “เสียบ” เข้าไป

null
เอาธรรมชาติมาคอนทราสกับเทคโนโลยี
ก็ได้ภาพที่แปลกดีไปอีกแบบ

null

(จาก http://blogofwishes.com)